วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2559

ภูมิปัญญาท่องถิ่น

               

                       การตำสาด แบบต้น กก
                                       หรือ (การท่อสาด)



  ในการทอเสื่อจะใช้คน 2 คน คนแรกเป็นคนทอ อีกคนหนึ่งเป็นคนคอยสอดเส้นกก กกที่นำมาทอจะใส่ถุงพลาสติกเพื่อให้กกนิ่มและทอได้แน่น การทอคนทอจะต้องคว่ำฟืมเพื่อให้มีช่องว่างสำหรับสอดกก คนสอดจะสอดเส้นกกโดยแนบส่วนหัวของเส้นกกกับไม้สอด สอดไปตามช่องระหว่างเชือกที่แยกออกจากกันขณะที่คว่ำฟืม พอสอดไปสุดริมเชือกอีกข้างดึงไม้สอดกลับคืนคงเหลือแต่เส้นกก คนทอก็กระทบฟืมเข้าหาตัวแล้วคนทอก็หงายฟืม คนสอดก็ใช้ส่วนปลายของเส้นกกแนบกับไม้สอด สอดกกเข้าไปอีก คนทอก็กระตุกฟืมเข้าหาตัว แล้วไพริมเสื่อทางด้านซ้ายมือ การไพริมเสื่อ คือ การใช้ปลายกกม้วนงอลงแล้วสอดพับเชือกขัดไว้ให้แน่น ต่อไปคว่ำฟืม ไพริมเสื่อทางด้านขวามือ ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ขนาดตามที่ต้องการ ในขณะทอหากต้องการให้การทอง่ายยิ่งขึ้นให้ใช้เทียนไขถูกับเส้นเอ็นที่ขึงไว้ให้ทั่ว เพื่อที่จะให้เอ็นลื่นไม่ฝืด ตัดริมเสื่อทั้งสองด้านให้เรียบร้อย เสื่อจะมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น ใช้มีดตัดเชือกเอ็นทางตีนเสื่อเพื่อให้เสื่อออกจากโฮง มัดเอ็นที่ปลายเสื่อ เพื่อเป็นการป้องกันเสื่อรุ่ย นำเสื่อที่ทอเสร็จแล้วผึ่งแดดไว้จนแห้งสนิท จึงพับเก็บไว้จำหน่ายหรือนำออกไปใช้



พอทำเสร็จแล้วจะได้มาแบบนี้


จะมีลวดลายที่สวยงาม

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559

กิจกรรมการเข้าค่าย






                      กิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ



        การเข้าค่ายลูกเสือของโรงเรียนดงหลวงวิทยา
การเข้าค่ายก็จะมีกิจกรรมประจำฐานของแต่ล่ะฐานมีการรอดปากเสือก่อนที่จะเข้าค่าย หรือ ก่อนที่จะเปิดกลองและมีการบูชาเคารพสิ่งศักดิ์สิทธ์และทำการเปิดกลองและเตรียมออกไปเดินทางไกลและเข้าทำกิจกรรมประจำฐานในแต่ล่ะฐาน เงื่อน และการท่องกฎและคำประติญาณ


                                    เข้าค่ายพักแรม
และพอในตอนกลางคืนก็มีกิจกรรมรอบกลองไฟและก็มีการแสดงของแต่ล่ะกลุ่ม หรือ การแสดงของผู้บำเพ็ญประโยชน์ และของลูกเสือ และยุวกาชาติการแสดงของแต่ล่ะคนก็มีแตกต่างกันไป








การสานตะกร้าพลาสติก

                

                     การสานตะกร้าพลาสติก 



เป็นของที่ทำขึ้นมาในกลุ่มของคนในตำบลเราและจัดสารอย่างสวยงามและเป็นของที่ใส่ได้ทุกอย่าง
และการสานตะกร้ายังทำรายได้ให้กับชุมชนเป็นรายได้เสริมในเวลาที่ว่างและในตำบลของเรายังทำเป็นสินค้าที่ใช้ในท้องถิ่นและจะมีคนที่รับและไปขายต่อซึ่งนั้นมีราคาสูงเพราะทำจากมือ





การจัดสาน






การสานตะกร้าในตำบลเรา

               
         

                            การสานตะกร้า


ภูมิปัญญาท้องถิ่น (การสานตะกร้า)
การสานตะกร้าจากไม้ไผ่

 ทุกวันนี้ นอกจากนางเรี่ยและครอบครัวที่สานตะกร้าจากก้านมะพร้าว 
เป็นแล้ว ยังมีเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงซึ่งก็คือกลุ่มคนเฒ่าคนแก่ที่มีภูมิปัญญาในด้านการจักสานอยู่แล้ว สานตะกร้าจากก้านมะพร้าวเป็นงานยามว่างที่สามารถสร้างรายได้เสริมให้แก่ครอบครัวได้ด้วย 

กลุ่มสานตะกร้าจากก้านมะพร้าว บ้านหนองหัวแรด ตำบลแหลมทอง อาจไม่ใช่กลุ่มที่รวมตัวกันอย่างเป็นทางการ ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ไม่ได้เป็นสินค้าโอท็อป และคนทำเองก็ไม่ได้หวังว่าจะต้องทำเป็นกิจการใหญ่โตเพื่อไปแข่งขันกับสินค้าอื่นๆ ขอเพียงเป็นอาชีพเสริมที่มีรายได้เล็กๆ น้อยๆ อาศัยว่าเป็นการทำงานแก้เหงาของคนในวัยชรา สิ่งที่น่าสนใจศึกษาจากกลุ่มนี้จึงไม่ใช่แค่กระบวนการหรือขั้นตอนการสานตะกร้าเท่านั้น แต่เป็นร่องรอยในอดีตของชุมชน และภูมิปัญญาชาวบ้านอันทรงคุณค่า ที่รอคอยให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาเรียนรู้และช่วยกันสืบทอดต่อไป 






                                                     ตะกร้าไว้ใช้ตอนไปวัด


  ตะกร้าที่ใช้ใส่ของประจำวันและได้มาจากการสานของชอบบ้าน

การสานหวดนึ่งข้าว

               

                         การสานหวดนึ่งข้าว

หวดนึ่งข้าว

การสานหวนึ่งข้าวก็มีการเลือกไม้ไผ่ที่มีคุณภาพดีแข็งแรงและทนทานการเลือกที่สวยและหวดนึ่งข้าวก็เป็นภูมิปัญญาไทยที่ทำมาช้านานแล้วและในแต่ล่ะคนในหมู่บ้านจะมีคนทำหวด แต่ล่ะหมู่บ้านและมีการนำขายส่งออก





สมุนไพรของตำบลเรา

                                

                     สมุนไพรของตำบลเรา


                                                                     ต้นฝาง

เป็นสมุนไพรที่ชาวบ้านของเราใช้รักษาโรคในสมัยอดีตจนถึงประจุบันและใช้รักษาโรค เช่น ปวดกล้ามเนื้อ หรือแก้ปวดท้อง และแก้ร้อนในเป็นต้นต้นฝางเป็นสมุนไพรของแต่ล่ะท่องถิ่นแถวบ้านเราจะใช้บ่าย
เพราะเป็นยาแก้ไอ้ได้ด้วย



ช่วยแก้อาการไอ แก้หวัด (แก่น)2,16 ตามตำรับยาระบุให้ใช้แก่นฝางหนัง 3 บาท, ตะไคร้ 3 ต้น ทุบให้ละเอียด, น้ำ 1 ลิตร ใส่น้ำปูนใสเล็กน้อย แล้วต้มพอให้ได้น้ำยาสีแดง ใช้รับประทานครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3 เวลา หรืออาจผสมน้ำตาลกรวดด้วยก็ได้ (แก่น) ส่วนอีกตำรับยาหนึ่ง ซึ่งเป็นตำรับยาแก้ไอ ไอแบบเป็นหวัดและเจ็บคอ ไอแบบคอแห้ง หรือไอแบบหอบหืด และผู้ที่ไอจากวัณโรคก็บรรเทาได้เช่นกัน รวมไปถึงอาหารปอดหรือหลอดลมอักเสบก็จิบยาแก้ไอขนานนี้ได้ โดยตำรับยาแก้ไอฝาง ประกอบไปด้วยเนื้อไม้ฝาง  พริกไทยร่อน  กานพลู  สารส้ม การบูร , เมนทอล , เปลือกหอยแครงแล้วทำเป็นปูนขาว , ดีน้ำตาลหรือใช้น้ำตาล , และน้ำสะอาด 5 ลิตร ส่วนวิธีการปรุงยาให้นำเนื้อไม้ฝางมาสับเป็นซี่เล็ก ๆ คล้ายไม้จิ้มฟัน แล้วนำไปต้มกับน้ำให้เดือดประมาณ 15-30 นาที และสำหรับส่วนผสมอื่น ๆ ให้นำมาตำให้ละเอียด เก็บใส่ไว้ในโหลก่อน จากนั้นนำน้ำยาต้มฝางที่รอจนอุ่นแล้วมาทาใส่ลงในโหลที่มีตัวยาอื่น ๆ ผสมอยู่ และให้แช่ยานี้ไว้ประมาณ 2-3 วัน (คนยาวันละ 3 ครั้ง) เมื่อค
รบวันแล้วให้กรองเอาเฉพาะน้ำยามาเก็บไว้ใส่ขวดที่สะอาดเก็บไว้จิบกินตอนมีอาการไอ (ยาแก้ไอฝางสูตรนี้ไม่ควรกินต่อเนื่องกันนานจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้มีอาการมึนศีรษะและมีความดันต่ำได้ ดังนั้นเมื่อกินจนอาการไอหายแล้วก็ให้หยุดกิน) (เนื้อไม้)































น้ำฟักข้าวของตำบลเรา

                   



                                     การทำน้ำฟักข้าวของตำบลเรา



  
  น้ำฟักข้าว (แบบไม่ผสม)
           
          น้ำฟักข้าวสูตรนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดื่มคุณประโยชน์          จากผลฟักข้าวแบบเต็ม ๆ แก้ว ได้รสชาติแท้ ๆ และกลิ่นของฟักข้าวชนิดที่เรียกว่า 100% เลยทีเดียว 

 ส่วนผสม
           
 ฟักข้าว 1 ลูก
     น้ำต้มสุก 3 ถ้วย
        เกลือป่น เล็กน้อย
         น้ำเชื่อม ตามชอบ

วิธีทำ
           
           1. ผ่าครึ่งลูกฟักข้าว คว้านเอาเม็ดออก จากนั้นปอกเปลือกออกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ
           
           2. ใส่เนื้อฟักข้าวลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำต้มสุก ปั่นจนละเอียดเข้ากันดี เติมน้ำเชื่อมและเกลือป่นตามชอบ คนผสมให้เข้ากัน เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม


เมื่อทำเสร็จแร้วก็จะได้ออกมาเป็นน้ำสีส้มดูสดใส่
น่ารับประทานเป็นรายได้เสริมของคนในชุมชน




ผลฟักข้าว